คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับ สถานะลูกค้าทรูและบัตรทรูการ์ด
ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะลูกค้าทรูได้ 2 ช่องทาง คือ
1. ดาวน์โหลดพร้อมตรวจสอบสถานะลูกค้าทรู ที่ แอปทรูไอดี (เวอร์ชันปัจจุบันเท่านั้น)
2. กด *999# โทรออก จากหมายเลขทรูมูฟ เอช (ไม่มีค่าบริการ)
ลูกค้าสมัครใช้บริการใหม่ จะมีสถานะลูกค้าทรูในวันที่ 1 ของเดือนถัดไป และลูกค้าจะสามารถใช้สิทธิ์ True Happiness Upgrade และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ได้ตามเงื่อนไขของสถานะลูกค้าทรูนั้นๆ
ลูกค้าจะทราบสถานะลูกค้าทรูทุกวันที่ 1 ของเดือน
ลูกค้าสามารถใช้สิทธิพิเศษตามสถานะลูกค้าทรูสีเดิมได้ สูงสุด 6 รอบการจัดสถานะ ยกเว้น ลูกค้าที่ใช้บริการกลุ่ม True Convergence ที่มีแพ็กเกจทรูวิชั่นส์โกลด์ที่สมัครภายใน 31 ธันวาคม 2562 สามารถใช้สิทธิพิเศษตามสถานะลูกค้าทรูสีเดิมได้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2564 / ลูกค้าทรูวิชั่นส์ (Stand Alone หรือ True Convergence) ที่ใช้บริการแพ็กเกจแพลทินัม สามารถใช้สิทธิพิเศษตามสถานะลูกค้าทรูแบล็คได้ 12 รอบการจัดสถานะ / ลูกค้าทรูวิชั่นส์ (Stand Alone) ที่ใช้บริการแพ็กเกจโกลด์ สามารถใช้สิทธิพิเศษตามสถานะลูกค้าทรูเรด ได้ 12 รอบการจัดสถานะ

ตัวอย่างเช่น หากในครั้งแรกลูกค้าสถานะเป็นทรูแบล็ค จากนั้นลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงแพ็กเกจโปรโมชั่นลดลง ส่งผลให้ในรอบจัดเกรดเดือนถัดไป ถูกเปลี่ยนสถานะเป็นทรูเรด เพื่อให้ลูกค้ายังคงสามารถมีความสุขกับสิทธิเศษทรูแบล็คต่อเนื่อง ทรูจะยังคงสถานะให้ลูกค้าเป็นทรูแบล็คต่อไปอีก 1 เดือน และสูงสุดได้ 6 รอบการจัดสถานะ หากในรอบการจัดสถานะที่ 7 ลูกค้ายังเข้าเงื่อนไขสถานะทรูเรดอยู่ ลูกค้าจะได้รับสถานะการเป็นทรูเรดในวันที่ 1 ของรอบจัดเกรดที่ 7 แต่หากระหว่างนั้น ลูกค้ากลับมาใช้บริการแพ็กเกจสูงขึ้นและเข้าเงื่อนไขการจัดสถานะเป็นสถานะทรูแบล็ค ลูกค้าจะได้รับสถานะทรูแบล็คต่อไป

ทั้งนี้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสิทธิพิเศษได้ที่แอปทรูไอดี
ลูกค้าทรูสามารถใช้สิทธิพิเศษบัตรทรูการ์ด (Virtual Card) จากแอปทรูไอดี ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

แต่หากลูกค้าต้องการรับบัตรใบจริงเพื่อรับสิทธิประโยชน์สะดวกจ่ายกับ MasterCard สามารถติดต่อที่ทรูช็อป หรือทาง True Online Store

โดยช่องทางออนไลน์นั้น เพียงกรอกข้อมูลและที่อยู่ในการจัดส่งตามขั้นตอน ก็พร้อมรับบัตรทรูการ์ดเพื่ออัปเกรดสิทธิประโยชน์บัตรได้ทันที
ลูกค้าจะได้รับคะแนนทรูพอยท์สะสม ทุกๆ 25 บาท รับ 1 ทรูพอยท์ เมื่อซื้อสินค้าที่ ทรูคอฟฟี่ และร้านค้าที่ร่วมรายการ เมื่อลูกค้าแสดงบัตรทรูการ์ดจากแอปทรูไอดี
กรณีมีเบอร์ระบบเติมเงินมากกว่า 10 เบอร์ภายใต้หมายเลขบัตรประชาชนเดียวกัน เบอร์ที่เกินจาก 10 เบอร์ขึ้นไป จะไม่ได้ถูกนำมาคำนวณในการจัดสถานะลูกค้าทรู


เกี่ยวกับ การรับสิทธิ์ทรูออนไลน์และทรูวิชั่นส์

ลูกค้าสามารถลงทะเบียน ทรูไอดี หรือใช้ ทรูไอดี ที่เป็นหมายเลขทรูมูฟ เอช หรือเบอร์ต่างเครือข่าย ผ่าน แอปพลิเคชันทรูไอดี
ลูกค้าทรู ที่มีความประสงค์ จะรับสิทธิพิเศษทรูออนไลน์ และทรูวิชั่นส์ จะต้องล็อกอินด้วย TrueID ที่เป็นเบอร์ทรูมูฟ เอช เท่านั้น
ลูกค้าทรูออนไลน์ หรือทรูวิชั่นส์ ที่ไม่มีหมายเลขทรูมูฟ เอช จะไม่สามารถรับสิทธิพิเศษนี้ได้
สำหรับลูกค้า ทรูแบล็ค ทรูเรด และทรูบลู รับสิทธิ์ชมแพ็กเกจเพิ่มขึ้น 1 ระดับ โดยมีแพ็กเกจที่ปรับสูงขึ้นจะขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่ ใช้งาน ณ ปัจจุบัน เป็นระยะเวลานาน 30 วันจากวันที่กดรับสิทธิ์ โดยสามารถกดรับสิทธิ์ได้สูงสุด 3 ครั้งต่อปี (เฉพาะแพ็กเกจ Platinum จะได้รับสิทธิ์ทรูพอยท์ 100 ทรูพอยท์)
ลูกค้าสามารถกดรับสิทธิ์ได้ปีละ 3 ครั้ง และกดเดือนละ 1 ครั้ง ตามรอบปฏิทิน
กรณีที่ลูกค้าใช้แพ็กเกจ Platinum เมื่อกดรับสิทธิ์จะได้รับ 100 ทรูพอยท์
กรณีที่ลูกค้าใช้งานกล่อง ทรูไอดี จะไม่สามารถรับสิทธิพิเศษของทรูวิชั่นส์ได้ แต่สามารถรับสิทธิพิเศษอื่นๆ ได้ตามสิทธิ์
กรณีแพ็กเกจปัจจุบันของลูกค้าเป็น EnjoyHD/ BasicHD จะไม่สามารถรับสิทธิ์ได้ ลูกค้าต้องเปลี่ยนแพ็กเกจเป็น Happy FamilyHD ขึ้นไปจึงจะสามารถรับสิทธิ์ได้
ได้รับทันทีหลังจากกดรับสิทธิ์
ลูกค้าสามารถตรวจสอบคะแนนทรูพอยท์ผ่านการล็อกอินเข้าแอปพลิเคชัน ทรูไอดี หากลูกค้าไม่เคยเป็นสมาชิกทรูไอดีมาก่อน สามารถสมัครใหม่ ผ่านแอปพลิเคชัน ทรูไอดี ได้
ลูกค้าทรูเรด รับสิทธิ์เพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตบ้านไฟเบอร์ โดยมีความเร็วสูงสุด 500/500 Mbps

ลูกค้าทรูแบล็ค รับสิทธิ์เพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตบ้านไฟเบอร์ โดยมีความเร็วสูงสุด 1000/1000 Mbps
ลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ได้เดือนละ 1 ครั้ง (อ้างอิงตามเดือนปฏิทิน)
ลูกค้าจะไม่สามารถรับการเพิ่มสปีดได้ หากลูกค้ามีแพ็กเกจเสริมอยู่แล้ว แต่จะได้รับ 30 ทรูพอยท์ทดแทน
ไม่สามารถรับสิทธิ์ได้ ลูกค้าจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่เทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก (FTTH) ครอบคลุมพื้นที่ที่ใช้งาน
ลูกค้าจะต้องเพิ่มแพ็กเกจปัจจุบันให้เป็น 599 บาท ขึ้นไป จึงจะสามารถรับสิทธิพิเศษได้
ไม่สามารถรับได้ ลูกค้าจะต้องมีเบอร์มือถือเครือข่ายทรูมูฟ เอชก่อน สามารถสอบถามได้ที่ ทรู ช็อปและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
ในกรณีที่ลูกค้ามีมากกว่า 1 หมายเลข ของทรูออนไลน์ หากทุกหมายเลขเข้าเงื่อนไขของการรับสิทธิพิเศษของทรูออนไลน์ สามารถรับสิทธิ์ได้ทุกหมายเลขโดยเงื่อนไขของการรับสิทธิพิเศษ คือ
  1. รับสิทธิ์ ผ่านแอป TrueID ที่ Login ด้วยเบอร์มือถือทรูมูฟ เอช เท่านั้น
  2. ต้องใช้บริการทรูออนไลน์ แพ็กเกจ ราคา 599 บาท ขึ้นไป
  3. การเพิ่มความเร็วสปีดเน็ตบ้านไฟเบอร์ที่ความเร็วสูงสุด 1000/1000 Mbps ผู้ใช้บริการจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่เทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก (FTTH) ครอบคลุมพื้นที่ที่ใช้งาน
    กรณีที่ลูกค้าไม่สามารถรับสิทธิ์ได้ เนื่องจากเทคโนโลยีไม่รองรับ หรือ พื้นที่ไม่รองรับ หรือ ลูกค้ามีบริการเสริมเพิ่มสปีดแล้วจะได้รับทรูพอยท์ 30 คะแนนแทน
  4. มีการใช้งานเบอร์มือถือทรูมูฟ เอช อย่างน้อย 1 เบอร์ และสถานะของการใช้บริการได้ตามปกติ (Active Status) โดยชำระค่าบริการทุกบริการอย่างครบถ้วน
  5. มีสถานะของการใช้บริการ ทรูออนไลน์ ได้ตามปกติ (Active Status)
  6. สามารถกดรับสิทธิ 1 ครั้งใน 1 เดือน
  7. กรณีลูกค้าใช้บริการใน Package ตระกูลสุข ได้แก่ Sook2 และ Sook3 จะต้องดำเนินการปลี่ยน Profile เป็น True Super Fiber ก่อนจึงจะสามารถรับสิทธิ์ได้
ในกรณีที่ลูกค้ามีมากกว่า 1 หมายเลข ของทรูวิชั่นส์ หากทุกหมายเลขเข้าเงื่อนไขของการรับสิทธิพิเศษของทรูวิชั่นส์ สามารถรับสิทธิ์ได้ทุกหมายเลข โดยเงื่อนไขของการรับสิทธิพิเศษ คือ
  1. รับสิทธิ์ผ่าน TrueID ที่ Login ด้วยเบอร์มือถือทรูมูฟ เอช เท่านั้น
  2. จะต้องใช้บริการทรูวิชั่นส์มาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน และใช้แพ็กเกจตั้งแต่ Happy FamilyHD ขึ้นไป (กล่องทรูไอดี ทีวี ไม่สามารถรับสิทธิ์ได้)
  3. รับสิทธิ์ชมแพ็กเกจเพิ่มขึ้น 1 ระดับ โดยมีแพกเกจที่ปรับสูงขึ้นจะขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่ ใช้งาน ณ ปัจจุบัน เป็นระยะเวลานาน 30 วันจากวันที่กดรับสิทธิ์ (เฉพาะแพ็กเกจ Platinum จะได้รับสิทธิ์ทรูพอยท์ 100 คะแนน)
  4. มีการใช้งานเบอร์มือถือทรูมูฟ เอช อย่างน้อย 1 เบอร์ และสถานะของการใช้บริการได้ตามปกติ (Active Status) โดยชำระค่าบริการทุกบริการอย่างครบถ้วน
  5. สถานะของการใช้บริการทรูวิชั่นส์ได้ตามปกติ (Active Status)
  6. กดรับสิทธิ์ 1 ครั้งใน 1 เดือนโดยสามารถกดรับสิทธิ์ได้สูงสุด 3 ครั้งต่อปี


เกี่ยวกับ True Pay Next เงินติดมือ

เป็นวงเงินสินเชื่อขนาดเล็ก สำหรับกลุ่มลูกค้าทรูมูฟ เอช โดยลูกค้าสามารถรับวงเงินผ่านไอคอน Pay Next ผ่านแอปพลิเคชันทรูมันนี่ วอลเล็ท เพื่อสมัครและวงเงินนำไปใช้จ่ายได้ผ่านแอปพลิเคชันทรูมันนี่ วอลเล็ท
* สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่มีคุณสมบัติตรงตามที่บริษัทกำหนด
** การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามการประเมินของบริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด
ต้องเป็นผู้ใช้บริการทรูมูฟ เอช แบบรายเดือน จดทะเบียนในนามบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี และเป็นผู้ใช้บริการมาแล้วอย่างน้อย 1 เดือน และไม่มียอดค้างชำระ
แอปพลิเคชันทรูมันนี่ วอลเล็ท
ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ หรือบุคคลค้ำประกัน
การประเมินวงเงินขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ บริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด
วงเงินสูงสุด 3 เท่าจากยอดค่าใช้บริการทรูรายเดือน หรือ ไม่เกิน 10,000 บาท
ทราบผลภายในวันที่สมัครบริการ ภายใน 5 นาที หลังดำเนินการตามขั้นตอนการสมัคร
ลูกค้าสามารถชำระคืนเงินสินเชื่อผ่าน แดชบอร์ด “Pay Next” ในแอปพลิเคชันทรูมันนี่ วอลเล็ท ด้วยตัวเอง
ลูกค้าสามารถตรวจสอบยอดเงินค้างชำระผ่าน แดชบอร์ด “Pay Next” ในแอปพลิเคชันทรูมันนี่ วอลเล็ท ด้วยตัวเอง
ไม่มีค่าธรรมเนียมในการสมัคร
วงเงินที่ได้รับจะอยู่ที่บัญชีทรูมันนี่ วอลเล็ท โดยลูกค้าสามารถนำไปใช้จ่ายได้ตามเงื่อนไขของทรูมันนี่ วอลเล็ท (โปรดตรวจสอบร้านค้า/บริการที่รับชำระ ได้ผ่านหน้าสินเชื่อของท่าน)
ลูกค้าสามารถผ่อนชำระค่าใช้จ่ายแต่ละรอบบิลได้ โดยสามารถเลือกจ่ายคืนเต็มจำนวน หรือ จ่ายผ่อนสูงสุด 5 เดือน
หากเลือกผ่อนชำระแบบมีกำหนดระยะเวลาชำระคืนที่แน่นอน อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 25% ต่อปี เว้นแต่จะกำหนดเป็นอย่างอื่นภายใต้รายการส่งเสริมการขายของสินค้าและบริการที่ร่วมรายการ
(1) กรณียอดรวมการเบิกใช้สินเชื่อภายในรอบสรุปบัญชีแต่ละคราวมีมูลค่าน้อยกว่า 300 บาท ลูกค้าจะไม่สามารถเลือกผ่อนชำระได้
(2) กรณีที่ลูกค้ามียอดรวมการเบิกใช้สินเชื่อภายในรอบสรุปบัญชีแต่ละคราวคงเหลือ ณ วันครบกำหนดชำระตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป และลูกค้าไม่ได้เลือกระยะเวลาผ่อนชำระ ระบบจะเลือกระยะเวลาผ่อนชระให้ลูกค้าเป็น 5 เดือนโดยอัตโนมัติ
ลูกค้าต้องชำระคืน ถึงจะสามารถใช้วงเงินได้ต่อ
เมื่อถึงรอบการชำระ จะมีการส่ง SMS เพื่อแจ้งเตือน และการแจ้งให้ชำระผ่านแอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ วอลเล็ท พร้อมทั้งส่งใบแจ้งชำระยอดค่าบริการผ่านช่องทางอีเมลของลูกค้า
ลูกค้าติดต่อศูนย์บริการลูกค้าแอสเซนด์ นาโน ที่ 1240 กด 3 วันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลาทำการ 8:30 - 20:00 น. หรือ วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในเวลาทำการ 10:00 - 20:00 น.